สาเหตุการเกิดเชื้อราส่วนใหญ่มาจาก บริเวณนั้นมีความชื้นสูง (และส่วนใหญ่แสงแดดส่องไม่ถึง) รวมถึงอาจมีแหล่งของเชื้อราอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และการแก้ไขทำได้โดย
- ใช้น้ำยาซักผ้าขาว (สารละลายไฮโปคลอไรด์) 1-2 ส่วน ผสมกับน้ำ 10 ส่วน เช็ดบริเวณที่มีเชื้อรา
- ทิ้งไว้ประมาณ 1/2 - 1 ชม. แล้วใช้น้ำเปล่าล้างทำความสะอาด
- ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าไม่มีเชื้อราเกิดขึ้นอีก ให้ทาด้วยน้ำยาป้องกันเชื้อรา 2 เที่ยว
- กรณีที่สภาพพื้นผิวเป็นฝุ่น ให้ทาสีรองพื้นปูนเก่า 1 หรือ 2 เที่ยวขึ้นกับความเป็นฝุ่นมากหรือน้อย (ถ้าพื้นผิวสภาพดีไม่ต้องทำขั้นตอนนี้)
- ทาสีน้ำทับหน้า 2 เที่ยว
สามารถป้องกันเชื้อราได้นานที่สุด คือ ตามอายุการใช้งานของสีเกรดนั้นๆ เช่น สีที่มีอายุการใช้งาน 3-5 ปี ก็จะมีระยะเวลาการป้องกันเชื้อราประมาณ 3-5 ปี
เพราะฟิล์มสีอาจเสื่อมสภาพก่อนอายุการใช้งาน (เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงมากๆ หรือจากสาเหตุอื่น) ทำให้สารที่ป้องกันเชื้อราเสื่อมสภาพไปด้วย จึงไม่สามารถป้องกันเชื้อราได้อีกต่อไป
- เพราะเชื้อราอาจเกิดขึ้นบนสิ่งสกปรกที่อยู่บนฟิล์มสี จึงอยู่นอกเหนือจากการป้องกันของสารป้องกันเชื้อรา (สารป้องกันเชื้อราจะผสมอยู่ในเนื้อสี/ฟิล์มสี)
สาเหตุหลักๆ เกิดจากพื้นผิวไม่สะอาดหรือพื้นผิวมีความชื้นอยู่สูง ทำให้สีไม่สามารถเกาะยึดกับพื้นผิวได้ การแก้ไขทำได้โดย ขูดลอกสีบริเวณที่หลุดล่อนออก (เท่าที่สามารถทำได้) พร้อมทั้งล้างทำความสะอาด แล้วทิ้งให้ผนังแห้งสนิท จากนั้นทาสีรองพื้นปูนเก่า 1 เที่ยว แล้วทาสีทับหน้าอีก 2 เที่ยว
เพราะในเนื้อปูนมีสภาพความเป็นด่างอยู่ และสีน้ำมันก็ทำมาจากกาวประเภทไขมัน (อัลขีดเรซิ่น) ซึ่งจะเสื่อมคุณภาพได้เร็วมากเมื่อโดนสภาพด่างจากปูน จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว
เพราะบนผิวคอนกรีตหล่อแบบจะมีคราบน้ำมันหรือน้ำยาที่ใช้ในขั้นตอนการหล่อติดอยู่ ดังนั้นก่อนการทาสี จึงต้องล้างทำความสะอาดผิวคอนกรีตหล่อแบบให้ดีเสียก่อน
เพราะสีน้ำมันทำมาจากกาวประเภทไขมัน (อัลขีดเรซิ่น) จึงเกิดการเหลืองตัวขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อป้องกัน จึงควรทารวดเดียวให้เสร็จงาน (ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 1 สัปดาห์)
เพราะทินเนอร์ผสมแลกเกอร์ ทินเนอร์ AAA เป็นทินเนอร์ที่มีอัตราการระเหยเร็วเกินไป ทำให้ไม่สมดุลกับ การแห้งตัวของสีน้ำมันซึ่งเป็นสีแบบแห้งช้า
เพราะยูรีเทนจะมีฟิล์มสีที่แข็งมาก ทำให้ไม่สามารถยืดหยุ่นตามไม่ได้เมื่อไม้มีการยืดหยุ่น หรือบิดตัวตามสภาพอากาศ
ต้องใช้แลกเกอร์เงาหรือวานิชเงาทาจนได้ความหนาตามที่ต้องการก่อน แล้วทับหน้าด้วยแลกเกอร์ด้าน หรือวานิชด้าน อีกเพียง 1-2 เที่ยวสุดท้ายเท่านั้น